ติดต่อโฆษณา นโยบายการให้บริการ เว็บเพื่อนบ้าน ติดต่อเรา
 
เข้าสู่ระบบสมาชิก
ฟรีใบงานนักเรียน ใบความรู้ แผนการสอน แนวข้อสอบ ผลงานวิชาการ เอกสารราชการ ข่าวสารด้านการศึกษา
หน้าแรก แผนการสอน ใบงาน แนวข้อสอบ 8 สาระฯ สื่อการสอน แบบฟอร์มราชการ โปรแกรมการศึกษา เกมส์ คลิปวีดีโอ หาเพื่อน เว็บบอร์ด
หน้าแรก แผนการสอน ใบงาน แนวข้อสอบ สื่อการสอน แบบฟอร์มราชการ โปรแกรมการศึกษา เกมส์ คลิปวีดีโอ หาเพื่อน เว็บบอร์ด
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
สมัครสมาชิก «
ลืมรหัสผ่าน «
ข่าวสอบครู สอบราชการ
ข่าวการศึกษา
แนวข้อสอบ
ใบงาน
ผลงานทางวิชาการ
สื่อการสอน
โปรแกรมการศึกษา
แบบฟอร์มราชการ
แผนการสอน
ปรากฎการณ์ธรรมชาติ
ท่องเที่ยว
เตือนภัยผู้หญิง
มุมสุขภาพ
คำกลอน
ข่าวทั่วไป
ฟรีดาวน์โหลด
บริการรับทำเว็บไซต์ราคาถูก
แก้ปัญญาคอมพิวเตอร์
Hosting kroox ครูเอ็กซ์รับทำเว็บไซต์
ครูเอ็กซ์ รับทำเว็บไซต์ ราคาถูก เว็บพระเครื่อง เว็บขายบ้าน เว็บร้านค้า เว็บวาไรตี้ เว็บฟุตบอล เว็บหน่วยงาน
ครูเอ็กซ์ รับทำเว็บไซต์ ราคาถูก เว็บพระเครื่อง เว็บขายบ้าน เว็บร้านค้า เว็บวาไรตี้ เว็บฟุตบอล เว็บหน่วยงาน
ครูเอ็กซ์ รับทำเว็บไซต์ ราคาถูก เว็บพระเครื่อง เว็บขายบ้าน เว็บร้านค้า เว็บวาไรตี้ เว็บฟุตบอล เว็บหน่วยงาน
 
หมวด » ข่าวการศึกษา

สมศ.เผย 5 ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก พร้อมชูตัวอย่างความสำเร็จ จากการนำผลประเมินมาปรับใช้

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. เผย 5 ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก

สมศ.เผย 5 ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก พร้อมชูตัวอย่างความสำเร็จ จากการนำผลประเมินมาปรับใช้

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. เผย 5 ปัญหาโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งจากการประเมินคุณภาพสถานศึกษาภายนอกตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา สมศ.ได้พบ 5 ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสถานศึกษาขนาดเล็ก พร้อมถอดบทเรียนตัวอย่างความสำเร็จจากโรงเรียนวัดงิ้วเฒ่า อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานศึกษาขนาดเล็กที่ประสบปัญหาการขาดแคลนครู ทั้งนี้ จากการปรับปรุงสถานศึกษา ส่งผลในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 3 ที่ผ่านมา (พ.ศ.2554-พ.ศ.2558) โรงเรียนวัดงิ้วเฒ่าได้รับการประเมินอยู่ในระดับดี โดยในการประเมินรอบสี่ ตั้งเป้าหมายการประเมินไว้ว่าจะอยู่ในระดับดีมาก

"ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์" ผู้อำนวยการ สมศ. กล่าวว่า จากข้อมูลการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามที่ผ่านมา พบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วประเทศกว่า 33,736 แห่ง มีสถานศึกษาขนาดเล็ก จำนวน 24,805 แห่ง ซึ่งบริบทของสถานศึกษาขนาดเล็กส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในพื้นที่นอกเขตเมือง หรือในพื้นที่ห่างไกล นักเรียนส่วนใหญ่มีพื้นเพมาจากครอบครัวที่มีฐานะยากจน นอกจากนี้ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีค่านิยมส่งบุตรหลานไปศึกษาในอำเภอเมืองหรือตัวจังหวัดหรือโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีความพร้อมมากกว่า ทำให้โรงเรียนขนาดเล็กไม่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาเท่าที่ควร โดยจากการประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ. ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา พบ 5 ปัญหาสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสถานศึกษาขนาดเล็ก ดังนี้

1.ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับต่ำ โดยจากผลการประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ. พบว่า นักเรียนในสถานศึกษาขนาดเล็กยังมีปัญหาอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่ในระดับต่ำ

ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องควรจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มศักยภาพ โดยเสริมทักษะในการแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย และสามารถนำวิธีการเรียนรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้ ขณะเดียวกันครูก็ต้องพัฒนาความสามารถในการประยุกต์ใช้สื่อการเรียนการสอน ทั้งที่ เป็นสื่อเทคโนโลยี สื่อพื้นฐาน และสอนให้นักเรียนเรียนรู้การใช้สื่อดังกล่าวด้วย ตามลำดับความสามารถที่แตกต่างกันของผู้เรียนเอง

2.ขาดแคลนงบประมาณ เนื่องจากสถานศึกษาขนาดเล็กได้รับงบประมาณจากรัฐบาลในจำนวนจำกัด จึงส่งผลต่อจำนวนบุคลากร ครุภัณฑ์และสื่อการเรียนการสอนต่าง ๆ รวมไปถึงการก่อสร้างอาคารสถานที่ ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน แต่อย่างไรก็ตาม งบประมาณ ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนเสมอไป ถ้าบุคลากรในสถานศึกษานั้นๆ มีประสิทธิภาพ และเรียนรู้ในการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

3.จำนวนบุคลากรครูมีไม่เพียงพอ จากปัญหาครูไม่ครบชั้นเรียน สถานศึกษาจึงจัดการเรียนรวมระหว่างชั้นเรียน ทำให้นักเรียนไม่ได้รับความรู้ที่เหมาะสมในแต่ละชั้นเรียน หรือในบางท้องที่ที่มีสถานศึกษาขาดแคลนครูหลายแห่งอยู่ใกล้ ๆ กัน สามารถรวมชั้นเรียนระหว่างสถานศึกษาใกล้ ๆ กัน เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนครู แต่ระบบการบริหารจัดการควรจะแตกต่างไปจากการบริหารปกติ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องสร้างแรงจูงใจให้ครูอยากเป็นครูในโรงเรียนขนาดเล็ก หรือให้ทุนการศึกษาแก่คนที่รักการเป็นครู เพื่อกลับมาเป็นครูสอนในพื้นที่

4.ขาดระบบข้อมูลสารสนเทศที่มีคุณภาพ จากข้อมูลการประเมินสถานศึกษาของ สมศ. พบว่าอัตราการเข้าถึงสื่อสารสนเทศของสถานศึกษาขนาดเล็กยังอยู่ในระดับต่ำ ระบบสารสนเทศของโรงเรียนขนาดเล็ก เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ ฐานข้อมูล ระบบเครือข่าย ฯลฯ ส่วนใหญ่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการหรือไม่มีประสิทธิภาพมากพอ ทำให้การจัดเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ของสถานศึกษา ทั้งงบประมาณ หลักสูตรการเรียนการสอน ข้อมูลบุคลากรและนักเรียน ฯลฯ ไม่ได้รับการจัดเก็บที่ถูกต้อง และไม่สามารถใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5.สถานศึกษาขาดการนำผลการประเมินคุณภาพภายนอกมาใช้ปรับปรุงพัฒนา การประเมินของ สมศ. นั้นเป็นไปเพื่อการตรวจสอบยืนยันสภาพจริงในการดำเนินงานของสถานศึกษา เพื่อให้ได้ข้อมูลซึ่งช่วยสะท้อนให้เห็นจุดแข็ง จุดอ่อนของสถานศึกษา และสาเหตุของปัญหา เพื่อนำมาเป็นแนวทางให้สถานศึกษาได้ใช้ในการปรับปรุง วางแผนพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษาต่อไป

ดังนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่สถานศึกษาควรให้ความสำคัญ ตระหนักถึงการนำผลการประเมินมาปรับใช้พัฒนาสถานศึกษา เพื่อที่จะแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดและจะสามารถพัฒนาการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างเป็นระบบ

"อย่างไรก็ตาม จากการดำเนินงานของ สมศ. ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นอกจากปัญหาดังกล่าว ยังมีปัญหาอีกจำนวนมากที่สถานศึกษาขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลได้ประสบ ซึ่งที่ผ่านมา สมศ. พบว่าสถานศึกษาหลายแห่งมีพัฒนาการ จากการประเมินรอบที่ 1 รอบที่ 2 และรอบที่ 3 อย่างต่อเนื่อง ผ่านการบูรณาการความร่วมมือตลอดจน วางแผนการดำเนินงานของสถานศึกษา พิจารณาบริบทและสถานการณ์ของโรงเรียน รวมถึงนำผลคำชี้แนะแนวทางการพัฒนาของ สมศ. มาใช้จนสามารถนำมาสู่การกำหนดยุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหาและอุปสรรคดังกล่าว"

ด้าน "เด็ดดวง ชมศิริ" ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดงิ้วเฒ่า กล่าวว่า โรงเรียนวัดงิ้วเฒ่า เป็นสถานศึกษาขยายโอกาส ในชุมชนที่นักเรียนเป็นคนพื้นเมือง ลีซอ และกะเหรี่ยง อยู่ร่วมกัน เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีครูจำนวน 12 คน มีนักเรียนจำนวน 105 คน

ในการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกในรอบที่ 2 (พ.ศ.2549-พ.ศ.2553) ได้รับการประเมินในระดับพอใช้ใน 3 มาตรฐาน คือ มาตรฐานที่ 6 ผู้เรียนมีทักษะการแสวงหาความรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มาตรฐานที่ 4 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ มีความคิดสร้างสรรค์ และการมีวิสัยทัศน์ มาตรฐานที่ 9 ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพและเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

"ซึ่งจากการประเมินในครั้งนั้น โรงเรียนได้รับการแนะนำจากผู้ประเมินของ สมศ. ในการนำเอาจุดที่ควรพัฒนาของโรงเรียนมาปรับเป็นยุทธศาสตร์ของโรงเรียน เช่น ปัญหาการขาดแคลนครู เนื่องจากครูส่วนมากเป็นครูที่เพิ่งได้รับการบรรจุและย้ายมาสอนที่โรงเรียนชั่วคราว ก่อนที่จะย้ายไปประจำต่อที่โรงเรียนอื่น ส่งผลให้แผนการเรียนการสอนไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นโรงเรียนจึงจัดการเรียนการสอนผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในรูปแบบการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้ามาใช้ ตามคำแนะนำของ สมศ.เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ส่งผลให้ผู้เรียนได้มีทักษะในการแสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย นอกจากนี้โรงเรียนยังมีนโยบายให้ครูประจำชั้นทำบันทึกการสอนประจำวันว่าวันนี้ครูสอนอะไร ให้การบ้านอะไรแก่เด็กนักเรียน และเตรียมการสอนอะไรในวันพรุ่งนี้ ตลอดจนแผนการสอนพิเศษเพิ่มเติม สำหรับ ชั้น ป.1 ? ม.3 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นนโยบายของโรงเรียนที่ต้องการให้นักเรียนมีความรู้เพิ่มเติม

นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ครูไปอบรมด้านการศึกษาเพิ่มเติม เพื่อนำความรู้ที่ได้มาต่อยอดในการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญให้มีประสิทธิภาพ และเกิดผลสัมฤทธิ์ทางด้านคุณภาพของผู้เรียน โดยส่งเสริมให้นักเรียนทำกิจกรรมต่าง ๆ ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น การเรียนรู้แบบเป็นกลุ่มและรายบุคคล เป็นต้น อย่างไรก็ตาม นอกจากการเรียนการสอนตามหลักสูตรแล้ว โรงเรียนยังได้สร้างความมีส่วนร่วมกับชุมชนด้วยการให้ ?สล่า? หรือช่างผู้ชำนาญการแกะสลักไม้สัก มาสอนวิชาแกะสลักไม้สัก ให้กับนักเรียนในวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับนักเรียน

รวมทั้งยังส่งเสริมให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมนอกห้องเรียนโดยสนับสนุนการสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของล้านนาจากปราชญ์ชุมชนในหมู่บ้าน เช่นการขับซอ (การร้องเพลงขับลำนำของภาคเหนือ) กลองสะบัดชัย และการฟ้อนต่าง ๆ อันเป็นอัตลักษณ์อันโดดเด่นของภาคเหนือ ด้วยเหตุนี้จากการพัฒนาสถานศึกษาทุกด้านทั้งหมดที่กล่าวมา ส่งผลภาพรวมในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 3 ที่ผ่านมา (พ.ศ.2554-พ.ศ.2558) โรงเรียนวัดงิ้วเฒ่าได้รับการประเมินอยู่ในระดับดี และผลการประเมินใน 3 มาตรฐานที่เคยอยู่ในระดับพอใช้ จากการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสอง พัฒนาขึ้นมาอยู่ในระดับดี ทั้งนี้ ในการประเมินรอบสี่ โรงเรียนจะยังคงพัฒนาสถานศึกษาต่อไปเพื่อให้ผลการประเมินอยู่ในระดับดีมาก

 

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 3 ธันวาคม 2558

TAG :
เขียนเมื่อ :  5 ธันวาคม 2558 18:28:30 เข้าชม :  1920   ครั้ง แจ้งลบ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ธอส.ปล่อยกู้คนอยากซื้อบ้าน 3.2 หมื่นล.ให้โอกาสผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง  
ธอส.ปล่อยกู้คนอยากซื้อบ้าน 3.2 หมื่นล.ให้โอกาสผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง
ปล่อยกู้คนอยากซื้อบ้าน 3.2 หมื่นล. ธอส.เตรียมปล่อยกู้อีก 32,000 ล้านลาท รับมาตรการรัฐดันสินเชื่อกระฉูด เพิ่มโอกาสให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง
เข้าชม : 3448 ครั้ง
เลขาธิการ สพฐ.สรุปปัญหาจัดซื้อแท็บเล็ตเป็นบทเรียน  
เลขาธิการ สพฐ.สรุปปัญหาจัดซื้อแท็บเล็ตเป็นบทเรียน
ดร. ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดเผยความคืบหน้าการจัดซื้อคอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) สำหรับนักเรียนชั้น ป.1 และ ม.1 ประจำปีการศึกษา 2556 ว่า ประเด็นการทักท้วงจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุด้วย
เข้าชม : 8421 ครั้ง
ขั้นตอนการสมัครสอบแข่งขันเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2556  
ขั้นตอนการสมัครสอบแข่งขันเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2556
ขั้นตอนการสมัครสอบแข่งขันเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2556
เข้าชม : 9218 ครั้ง
รุสภาออกข้อบังคับ ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ.2556  
รุสภาออกข้อบังคับ ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ.2556
รุสภาออกข้อบังคับ ว่าด้วยมาตรฐานวิชาชีพ พ.ศ.2556
เข้าชม : 14867 ครั้ง
อั๊ยย่ะ!! แฉภาพหลุดคล้ายพระเอกละครเย็นช่องน้อยสี  
อั๊ยย่ะ!! แฉภาพหลุดคล้ายพระเอกละครเย็นช่องน้อยสี
อั๊ยย่ะ!! แฉภาพหลุดคล้ายพระเอกละครเย็นช่องน้อยสี
เข้าชม : 14597 ครั้ง
ดาว์พงษ์ เตรียมขยายโรงเรียนคุณธรรมเป็นของขวัญปีใหม่ 59  
ดาว์พงษ์ เตรียมขยายโรงเรียนคุณธรรมเป็นของขวัญปีใหม่ 59
เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ศธ.กำลังเตรียมขยายโครงการโรงเรียนคุณธรรม
เข้าชม : 3044 ครั้ง
ปรับเกณฑ์รับบำเหน็จตกทอด  
ปรับเกณฑ์รับบำเหน็จตกทอด
นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้ปรับหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการใช้หนังสือรับรองสิทธิในบำเหน็จตกทอดเพื่อใช้เป็นหลักทรัพย์ประกันการกู้เงินกับสถาบันการเงิน
เข้าชม : 4188 ครั้ง
สพฐ.ทำพิลึกเสนอปรับหลักเกณฑ์สอบครูผู้ช่วย เพิ่มคะแนนสอบสัมภาษณ์จาก 50 คะแนนเป็น 150 คะแนน ชี้สร้างช่องโหว่ทุจริต ใช้เส้นสาย  
สพฐ.ทำพิลึกเสนอปรับหลักเกณฑ์สอบครูผู้ช่วย เพิ่มคะแนนสอบสัมภาษณ์จาก 50 คะแนนเป็น 150 คะแนน ชี้สร้างช่องโหว่ทุจริต ใช้เส้นสาย
สพฐ.ทำพิลึกเสนอปรับหลักเกณฑ์สอบครูผู้ช่วย เพิ่มคะแนนสอบสัมภาษณ์จาก 50 คะแนนเป็น 150 คะแนน ชี้สร้างช่องโหว่ทุจริต ใช้เส้นสาย
เข้าชม : 3497 ครั้ง
ฟรีใบงานนักเรียน ใบความรู้ แผนการสอน แนวข้อสอบ ผลงานวิชาการ เอกสารราชการ ข่าวสารด้านการศึกษา
Contact Us : freewebforu@hotmail.com
Copyright 2012 © ฟรีใบงานนักเรียน ใบความรู้ แผนการสอน แนวข้อสอบ ผลงานวิชาการ เอกสารราชการ ข่าวสารด้านการศึกษา
Design By ครูเอ็กซ์ รับทำเว็บไซต์ WebKrooX.com