ติดต่อโฆษณา นโยบายการให้บริการ เว็บเพื่อนบ้าน ติดต่อเรา
 
เข้าสู่ระบบสมาชิก
ฟรีใบงานนักเรียน ใบความรู้ แผนการสอน แนวข้อสอบ ผลงานวิชาการ เอกสารราชการ ข่าวสารด้านการศึกษา
หน้าแรก แผนการสอน ใบงาน แนวข้อสอบ 8 สาระฯ สื่อการสอน แบบฟอร์มราชการ โปรแกรมการศึกษา เกมส์ คลิปวีดีโอ หาเพื่อน เว็บบอร์ด
หน้าแรก แผนการสอน ใบงาน แนวข้อสอบ สื่อการสอน แบบฟอร์มราชการ โปรแกรมการศึกษา เกมส์ คลิปวีดีโอ หาเพื่อน เว็บบอร์ด
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
สมัครสมาชิก «
ลืมรหัสผ่าน «
ข่าวสอบครู สอบราชการ
ข่าวการศึกษา
แนวข้อสอบ
ใบงาน
ผลงานทางวิชาการ
สื่อการสอน
โปรแกรมการศึกษา
แบบฟอร์มราชการ
แผนการสอน
ปรากฎการณ์ธรรมชาติ
ท่องเที่ยว
เตือนภัยผู้หญิง
มุมสุขภาพ
คำกลอน
ข่าวทั่วไป
ฟรีดาวน์โหลด
บริการรับทำเว็บไซต์ราคาถูก
แก้ปัญญาคอมพิวเตอร์
Hosting kroox ครูเอ็กซ์รับทำเว็บไซต์
ครูเอ็กซ์ รับทำเว็บไซต์ ราคาถูก เว็บพระเครื่อง เว็บขายบ้าน เว็บร้านค้า เว็บวาไรตี้ เว็บฟุตบอล เว็บหน่วยงาน
ครูเอ็กซ์ รับทำเว็บไซต์ ราคาถูก เว็บพระเครื่อง เว็บขายบ้าน เว็บร้านค้า เว็บวาไรตี้ เว็บฟุตบอล เว็บหน่วยงาน
ครูเอ็กซ์ รับทำเว็บไซต์ ราคาถูก เว็บพระเครื่อง เว็บขายบ้าน เว็บร้านค้า เว็บวาไรตี้ เว็บฟุตบอล เว็บหน่วยงาน
 
หมวด » ข่าวการศึกษา

ศธ.เผยร.ร.ทั่วประเทศปฏิรูปการศึกษาสำเร็จไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการชี้ความล้มเหลวในการอบรมครูทำให้ขาดบุคลากรที่มีคุณภาพ ระบุโรงเรียนทั้งประเทศสามารถปฏิรูปการเรียนรู้ได้ไม่ถึง

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการชี้ความล้มเหลวในการอบรมครูทำให้ขาดบุคลากรที่มีคุณภาพ ระบุโรงเรียนทั้งประเทศสามารถปฏิรูปการเรียนรู้ได้ไม่ถึง 10% ย้ำทุกคนสามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่ต้องรอใคร

เมื่อเร็วนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยระบบการศึกษา มูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์ (มสส.) และภาคีที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติ ได้จัด

?เวทีการศึกษากับการเปลี่ยนแปลงประเทศไทย? ในหัวข้อ ?ระบบโรงเรียนปฏิรูปการเรียนรู้? เพื่อหาแนวทางการปฏิรูปการเรียนรู้ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศ

นายอนุสรณ์ ฟูเจริญ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่ได้สัมผัสคลุกคลีกับงานด้านการศึกษามานาน สามารถกล่าวได้ว่าประเทศไทยในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาไม่เคยมีการปฏิรูปการศึกษาอย่างแท้จริง มีเพียงโรงเรียนไม่กี่แห่งเท่านั้นที่สามารถลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองได้สำเร็จ สำหรับภาพรวม ในประเทศไทยมีโรงเรียนที่สามารถปฏิรูปการเรียนรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรมไม่ถึง 10 % จากโรงเรียนทั้งหมดทั่วประเทศ เมื่อเทียบสัดส่วนแล้วถือว่าน้อยมาก และไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในระบบการศึกษากระแสหลักได้

?การจะปฏิรูปการเรียนรู้ได้นั้นต้องคำนึงถึงความหลากหลายของโรงเรียน ซึ่งมีทั้งโรงเรียนขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก อีกทั้งโรงเรียนแต่ละแห่งก็มีความแตกต่างกันตามสภาพพื้นที่ ดังนั้น การแก้ไขปัญหาโดยใช้โมเดลแบบเดียวกันทั้งประเทศย่อมไม่มีทางสำเร็จ?

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาหนึ่งที่หลายโรงเรียนต่างก็ประสบเหมือนกันคือ การขาดแคลนครู หรือจำนวนครูไม่สอดคล้องกับขนาดของห้องเรียน ทำให้ไม่สามารถดูแลนักเรียนได้ทั่วถึง เมื่อครูมีภาระงานที่มากเกินไปจึงส่งผลให้ประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของนักเรียนด้อยลงตามไปด้วย อัตรากำลังครูในปัจจุบันนอกจากจะไม่สอดคล้องกับจำนวนนักเรียนแล้ว วิชาที่ครูสอนยังไม่ตรงกับสาขาวิชาเอกที่เรียนมา เมื่อครูไม่มีพื้นฐานความรู้ในสาขาวิชานั้นโดยตรง จึงจำเป็นต้องเข้ารับการฝึกอบรม ขณะเดียวกัน ขั้นตอนวิธีการอบรมครูก็มีความผิดพลาดล้มเหลวมาโดยตลอด ทำให้ไม่สามารถพัฒนาครูที่มีคุณภาพขึ้นได้

?ตราบใดที่ครูยังไม่เปลี่ยน การปฏิรูปก็ย่อมไม่เกิด และถ้าแก้ปัญหาพื้นฐานเหล่านี้ไม่ได้ ผมบอกได้เลยว่าประเทศไทยไม่มีทางปฏิรูปสำเร็จ นอกจากนี้สภาพแวดล้อมทั้งในและนอกห้องเรียนก็เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็ก ซึ่งตลอด 50 ปีที่ผ่านมาทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม รัฐไม่เคยลงทุนด้านนี้อย่างจริงจัง เพราะมองไม่เห็นความสำคัญของสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเด็ก รัฐมองว่า สภาพสิ่งแวดล้อมไม่เกี่ยวข้องกับคุณภาพทางการศึกษา ฉะนั้น จึงไม่มีห้องสมุด ไม่มีมุมหนังสือ ไม่มีสื่อการเรียนรู้ดีๆ ให้กับเด็ก มีเฉพาะบางโรงเรียนเท่านั้นที่มีทรัพยากรเพียงพอ ขณะที่หลายโรงเรียนไม่มีเลย?

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงวิธีการวัดและประเมินผลการศึกษาว่า ปัจจุบันให้ความสำคัญกับคะแนนโอเน็ต (O-NET) มากเกินไป การเรียนมุ่งเน้นการวัดความจำและการวัดเกรด โดยที่ครูไม่สอนให้นักเรียนเกิดทักษะการเรียนรู้ กระบวนการสร้างความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาจำเป็นต้องอาศัยทั้งพลังแนวดิ่งและพลังแนวราบ โดยพลังแนวราบหมายถึงการสร้างความร่วมมือกับภาคีในพื้นที่และชุมชน ไม่ว่าจะเป็นครู ผู้ปกครอง และพระสงฆ์ เพื่อให้เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับชุมชน วันนี้เรารอให้ใครมาช่วยปฏิรูปไม่ได้แล้ว ทุกคนสามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอใคร

ด้านนายโกวิท บุญเฉลียว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคูเมือง (อ่อนอนุเคราะห์) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้สำรวจพบว่ามีปัญหาเด็กหนีเรียน เบื่อหน่ายการไปโรงเรียน ทำให้เกิดการมั่วสุม ทางโรงเรียนจึงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดการศึกษาโดยเอาชีวิตเป็นตัวตั้ง เน้นการเรียนเพื่อตอบสนองความต้องการเป็นรายบุคคล ใช้หลักเมตตาและให้คุณค่าความเป็นมนุษย์ กระบวนการปฏิรูปเริ่มจากการสำรวจความต้องการของเด็กแต่ละคนว่าสนใจกิจกรรมเรื่องใดบ้าง จากนั้นทางโรงเรียนจึงพยายามเติมเต็มในเรื่องนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมดนตรีและกีฬา รวมถึงส่งเสริมทักษะอาชีพการงาน เช่น งานจักสาน งานปูน ไฟฟ้า การทำเกษตร

ขณะที่นายกัมพล เจริญรักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านทุ่งยาวคำโปรย กล่าวว่า โรงเรียนแห่งนี้ตั้งอยู่ที่อำเภอกันทรลักษ์ ห่างจากชายแดนไทย-กัมพูชา เพียง ๘ กิโลเมตร ใช้ภาษากัมพูชาเป็นภาษาถิ่น 95% สิ่งที่ตามมาคือ เด็กนักเรียนประสบปัญหาการใช้ภาษาไทย จึงไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออก ทางโรงเรียนจึงจัดการเรียนรู้ใหม่โดยไม่ยึดติดตำราเรียนเป็นตัวตั้ง เพราะโลกแห่งการเรียนรู้ไม่ได้มีอยู่แค่ในห้องเรียน

ในปี 2556 ทางโรงเรียนเริ่มต้นทดลองให้ผู้ปกครองมาโรงเรียนสัปดาห์ละ ๑ วัน และร่วมทำกิจกรรมเหมือนกับเด็กนักเรียน เพื่อให้เห็นว่าในแต่ละวันลูกหลานได้เรียนรู้อะไรบ้าง ซึ่งเสียงสะท้อนกลับมาจากผู้ปกครองค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ จากนั้นจึงดึงผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแผนการศึกษาร่วมกัน เพื่อให้ตรงกับความต้องการของชุมชนมากที่สุด ช่วยให้เด็กนักเรียน ครู และผู้ปกครองมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น

นายกัมพล กล่าวด้วยว่า กระบวนการดังกล่าวนี้เรียกว่า การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของชุมชนครู (Professional Learning Community: PLC) สร้างบรรยากาศเป็นกันเอง เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็น เพื่อให้เกิดการปฏิรูปโรงเรียนอย่างยั่งยืนและสอดคล้องกับวิถีชุมชน

?ถ้าเราลงมือทำ กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง มุ่งมั่นไม่ยอมแพ้ ทำด้วยหัวใจ เพื่อการเปลี่ยนแปลงจากจุดเล็กๆ แล้วขยายไปทั้งโรงเรียนและสร้างเครือข่ายนอกโรงเรียน แม้มันจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็กๆ แต่เราก็ภูมิใจที่เห็นการเปลี่ยนแปลงและมีความสุขที่ได้ลงมือทำ?  

 

ที่มา สำนักข่าวอิศรา วันที่ 10 ธันวาคม 2558

TAG :
เขียนเมื่อ :  11 ธันวาคม 2558 14:32:30 เข้าชม :  2776   ครั้ง แจ้งลบ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ยาเสพติดออกใหม่ ชื่อ Krokodil ที่ร้ายแรงกว่า Heroin ถึง 3 เท่า เอาเป็นว่าดูรูปคนที่ติด Krokodil เหล่านี้  
ยาเสพติดออกใหม่ ชื่อ Krokodil ที่ร้ายแรงกว่า Heroin ถึง 3 เท่า เอาเป็นว่าดูรูปคนที่ติด Krokodil เหล่านี้
ยาเสพติดออกใหม่ ชื่อ Krokodil ที่ร้ายแรงกว่า Heroin ถึง 3 เท่า เอาเป็นว่าดูรูปคนที่ติด Krokodil เหล่านี้ แล้วคิดเอาเองว่าอยากลองหรือเปล่า *คำเตือน Graphic Warning 18+
เข้าชม : 25630 ครั้ง
รายงานผลการเลือกตั้ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา  
รายงานผลการเลือกตั้ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
รายงานผลการเลือกตั้ง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
เข้าชม : 4545 ครั้ง
ระวัง! มิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊ก หลอกยืมเงินเพื่อนเหยื่อ  
ระวัง! มิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊ก หลอกยืมเงินเพื่อนเหยื่อ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (9 ส.ค.) นางนัทชา กีระติสุนทร ชาวจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า มีคนลักลอบใช้เฟซบุ๊กของเพื่อนตนคือนางมาลี
เข้าชม : 8763 ครั้ง
แยกตั้งกรมวิชาการส่อแววสะดุด  
แยกตั้งกรมวิชาการส่อแววสะดุด
?กำจร? หนุนตั้งกระทรวงการอุดมศึกษา ล้มร่างพ.ร.บ.อุดมศึกษา เผยปรับโครงสร้างใหม่แยกตั้งกรมวิชาการส่อแววสะดุด หลายฝ่ายเกรงกระทบงานที่กำลังเดินหน้าอยู่
เข้าชม : 3040 ครั้ง
สพฐ.ชงสอบวัดผลกลาง นักเรียน ป.2 ป.4 ป.5 ม.1 และ ม.2  
สพฐ.ชงสอบวัดผลกลาง นักเรียน ป.2 ป.4 ป.5 ม.1 และ ม.2
สพฐ.ชงสอบวัดผลกลาง นักเรียน ป.2 ป.4 ป.5 ม.1 และ ม.2
เข้าชม : 9967 ครั้ง
โพลเด็กประถม 70.6เปอร์เซ็นต์ เป็นห่วง คนในครอบครัวหมกมุ่น ติดไลน์-เฟซบุ๊ก  
โพลเด็กประถม 70.6เปอร์เซ็นต์ เป็นห่วง คนในครอบครัวหมกมุ่น ติดไลน์-เฟซบุ๊ก
เครือข่ายสตรีและเยาวชนเด็ก สำรวจความคิดเห็นเด็กประถม มีถึงกว่า 70.6เปอร์เซ็นต์ ที่เห็นว่ากิจวัตรของคนในครอบครัวที่น่าห่วงคือพฤติกรรมติดมือถือ เล่นไลน์ เฟซบุ๊ก
เข้าชม : 2880 ครั้ง
เปิดสอบครูผู้ช่วย ความเคลื่อนไหวสอบครูผู้ช่วย ว12 รอบใหม่  
เปิดสอบครูผู้ช่วย ความเคลื่อนไหวสอบครูผู้ช่วย ว12 รอบใหม่
ความเคลื่อนไหวสอบครูผู้ช่วย ว12 รอบใหม่
เข้าชม : 9651 ครั้ง
เพิ่มเวลาออกอากาศครูตู้ เด็กร.ร.เล็กคุณภาพดีขึ้น  
เพิ่มเวลาออกอากาศครูตู้ เด็กร.ร.เล็กคุณภาพดีขึ้น
ายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงการประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อเร็วๆ นี้ ว่าที่ประชุมได้หารือถึงการบริหารจัดการสถานีโทรทัศน์การศึกษาขั้นพื้น
เข้าชม : 9499 ครั้ง
ฟรีใบงานนักเรียน ใบความรู้ แผนการสอน แนวข้อสอบ ผลงานวิชาการ เอกสารราชการ ข่าวสารด้านการศึกษา
Contact Us : freewebforu@hotmail.com
Copyright 2012 © ฟรีใบงานนักเรียน ใบความรู้ แผนการสอน แนวข้อสอบ ผลงานวิชาการ เอกสารราชการ ข่าวสารด้านการศึกษา
Design By ครูเอ็กซ์ รับทำเว็บไซต์ WebKrooX.com